Articles

การฝึกจินตภาพ (Imagery) คือเทคนิกการฝึกทางจิตใจชนิดหนึ่ง ที่มีการนึกถึงภาพของการแสดงความสามารถ หรือขั้นตอนการทำงานที่จะทำหลายคนอาจจะเข้าใจว่าการจินตภาพคือการ “จินตนาการ” ซึ่งในความจริงเป็นความเข้าใจผิดชนิดออกทะเลไปไกล เพราะการจินตนาการนั่นเป็นแค่การคิดฝันกลางวันโดยไม่มีระบบวิธีการตามหลักวิชาการใดๆการจินตภาพที่เป็น Psychological Skill Training นั้นต้องมีการเรียนรู้ ฝึกฝน จนเป็นทักษะอัตโนมัติ มีกระบวนการฝึกเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แค่คิดถึงการแสดงความสามารถเฉยๆการฝึกจินตภาพในนักกีฬานั่น ทำให้เกิดผลที่น่ามหัศจรรย์ คนที่เคยฝึกจนได้ผลมาแล้วจะเข้าใจดีการฝึกนั้นจะไปทำปฏิกิริยากับสมองของนักกีฬา ทำให้ระบบประสาทของนักกีฬาฝึกการส่งกระแสประสาทไปยังกล้ามเนื้อที่จะต้องแสดงความสามารถ โดยจะทำให้ความเข้มข้นและลำดับการระดมมัดกล้ามเนื้อนั้นมีความแม่นยำพูดฟังง่ายๆ ก็คือทำให้เกิดการซ้อมของระบบ ความคิด ประสาท และกล้ามเนื้อให้เกิดความชำนาญนั่นเอง เวลาแสดงความสามารถจริง เทคนิกจึงมักจะเฉียบคมกว่าคนไม่ได้ฝึก

อาการ “โช้คกิ้ง” คือการตอบสนองของร่างกายที่มีต่อความกดดันทางจิตใจ และผลของมันทำให้ร่างกายไม่สามารถทำในสิ่งที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาได้ดีเหมือนเดิม กล้ามเนื้อจะมีการเกร็งตัวทำให้ควบคุมการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อนไม่ได้ มีการใช้แรงมากเกินไปอย่างควบคุมไม่ได้และมีผลต่อจิตใจในที่สุด

🥴 อาการ Choke ก่อนการแข่งขัน ❗️❗️

ในการแข่งขันกีฬาทุกระดับ หลายๆคนคงเคยเห็นอาการบางอย่างของนักกีฬา ที่เล่นไม่ออก ผิดพลาดอย่างไม่น่าเป็นไปได้ และหากเราไปดูลึกๆ หรือเราเป็นเอง คงจะเห็นว่ามีอาการหายใจติดขัด กล้ามเนื้อเกร็ง อยากจะอาเจียน ความคิดสับสน ทักษะหายไปกับสายลม ฯลฯ

อาการดังกล่าวนี้เรียกกันว่า “โช้คกิ้ง” ที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายที่มีต่อความกดดันทางจิตใจ และผลของมันก็ทำให้ร่างกายไม่สามารถทำในสิ่งที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาได้ดีเหมือนเดิม กล้ามเนื้อจะมีการเกร็งตัวที่ให้ควบคุมการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อนไม่ได้ จะมีอาการกระตุก มีการใช้แรงมากเกินไปอย่างควบคุมไม่ได้ และจะมีผลต่อจิตใจในที่สุด เพราะเมื่อร่างกายทำงานผิดปกติไป จิตใจก็จะเกิดอาการสับสน หาทางแก้ไข หาสาเหตุ ทำให้เสียสมาธิและทำงานได้แย่ละกว่าเดิมไปอีก

อาการเหล่านี้จะเป็นมากน้อยนั้นก็แตกต่างกันไปในนักกีฬาแต่ละคน แตกต่างกันไปในประเภทกีฬาแต่ละอย่าง และหากปล่อยไปเนิ่นนานเกินไป ปล่อยให้เกิดอาการเหล่านี้เป็นประจำ ก็อาจจะมีผลร้ายระยะยาวต่อนักกีฬา อาจจะทำให้อาการนั้นเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม จนกลายเป็นเรื่องปกติ จนนักกีฬาคนดังกล่าวไม่สามารถเล่นได้ดีอีกต่อไปเลย

โค้ชหรือผู้ปกครองนักกีฬาที่มีอาการเหล่านี้มักจะไม่เข้าใจ และอาจจะไปตำหนินักกีฬา อาจจะไปทำให้นักกีฬารู้สึกว่าจิตใจของพวกเขาอ่อนแอ และยิ่งทำให้เกิดผลร้ายมากมายต่อไปอีก

ดังนั้น เราควรหมั่นศึกษา และทำความเข้าใจ มีการจัดการแก้ไขซึ่งจำเป็นต้องกระทำให้ถูกหลักวิชาการ มีกระบวนการฝึกที่ดี มีระบบ และสม่ำเสมอ และที่สำคัญ คือต้องใช้เวลา